Episode 11

United States of Amazon (1/2)

Jeff Bezos and the United States of Amazon

The Guardian – Today in Focus (podcast): 29 July 2019

Amazon ในปัจจุบันอายุ 25 ปี และการซื้อของจาก Amazon สะดวก ถูก เร็ว และยากที่จะหลีกเลี่ยง

Amazon ขยายขนาดจากขนาดใหญ่จนกลายขนาดใหญ่อย่างเหลือเชื่อ คือมีขนาดของ warehouse ใหญ่กว่าปี 2004 ถึง 48 เท่าตัว และรายได้เพิ่มขึ้น $100 billion ในปี 2018 ($233 billion) จากปี 2016 ($136 billion)

การขยายขนาด รวมถึงอิทธิพลของ Amazon มีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม? นี่คือเป้าหมายของ podcast episode นี้

เรามาทำความรู้จักกับ Jeff Bezos ก่อนนะคะ ว่าบุรุษที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มีทัศนคติอย่างไร?

Jeff ไม่ได้สนใจอะไรในหนังสือมากมาย เค้าแค่สนใจว่าอะไรที่ “นำมาขายได้” ดังนั้น อะไรก็ตามที่สามารถขายได้ จะต้องถูกนำมาขายใน Amazon 

การตัดสินใจของ Bezos based on efficiency of business เช่น การย้ายฐานไป Seattle เพราะ warehouse ของ supplier ส่วนใหญ่ของเค้าอยู่ใน Seattle

สิ่งที่ Amazon เน้นคือการเคลื่อนย้ายสินค้าไปทั่วประเทศให้ง่ายและรวดเร็วที่สุด

Jeff เริ่มก่อตั้ง Amazon ในโรงรถ (อีกแล้ว) เค้าใช้ประตูวางพาดบนท่อนไม้ 4 ท่อน แล้วใช้มันเป็นโต๊ะทำงาน แทนที่จะซื้อโต๊ะทำงานจริง ๆ เพราะมองว่า แบบนี้ ถูกกว่า และใช้งานได้เหมือนกัน

ปรัชญาการดำเนินงานของเค้าชัดเจนมาก ว่าเน้นการใช้เงินเพื่อตอบสนองความต้องการของ ลูกค้า แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน เค้าจะไม่ใส่ใจที่จะดูแลเท่าที่ควร เรียกได้ว่า Amazon northstar is customer experience ไม่ใช่ employee experience

นอกจากนี้ Jeff เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ คือเค้ามองการเติบโตของ Amazon ในระยะเวลา 80 ปี ไม่ใช่แค่ 3-5 ปี เค้าก็เล่าว่าในช่วง 5 ปีแรกของ Amazon คนอื่นมองว่า Jeff เป็นแค่ คนช่างฝัน อีกคนหนึ่ง ที่คงจะไม่สามารถทำเงินได้ จากการขายหนังสือใน internet 

แต่สิ่งที่เราเห็นวันนี้ คือ Amazon เริ่มขายหนังสือ ตามด้วย CD จนไปถึงระดับที่ว่า ไม่มีอะไรที่อยู่เกินเอื้อมของ Amazon ประมาณว่า อะไรก็ตามที่สามารถบรรจุลงกล่องแล้วส่งไปรษณีย์ได้ จะต้องสามารถนำมาขายได้ 

และที่เหนือไปกว่านั้น Amazon ยังมีสตูดิโอผลิตภาพยนต์ และ Bezos ตัดสินใจซื้อ Washington Post ซึ่งดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับธุรกิจของเค้าเท่าไหร่นักในช่วงแรก ๆ

 และขยายขอบเขตไปยัง technology ทั้ง AI – facial recognition Alexa หรือแม้แต่ netflix ที่เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ก็ใช้บริการของ Amazon ในการ host streaming 

กล่าวโดยสรุป คือ Amazon เริ่มจากการเป็น platform ขายหนังสือ ปัจจุบันกลายเป็น
e-commerce marketplace ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย The Guardian Weekly บรรยายว่าจาก Every shop กลายเป็น the only shop ไปแล้ว

และเริ่มเข้าสู่ cloud computing, digital streaming and AI โดย ⅓ ของธุรกิจ cloud ถูกควบคุมโดย Amazon แต่ทั้งนี้ ยังไม่น่ากลัวเท่า

Amazon ควบคุม 50% ของ US e-commerce

50% ซึ่งน่ากังวลมาก เพราะในปัจจุบันยังไม่มีใครมาคานอำนาจนี้ของ Amazon ไม่ว่าจะเป็น กฎหมาย anti-trust and monopoly ที่พยายามควบคุม Amazon, google, facebook แต่ยังไม่มี framework ที่จะจำกัดอำนาจของบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ซึ่งวิธีการในการขยายขนาดของกลุ่มนี้คือการกว้านซื้อคู่แข่ง เมื่อเป็นผู้แข่งขันรายเดียว จะไม่เกิดการขาดทุน และผลกำไรของ Amazon มีแต่พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ

Amazon เป็นองค์กรที่ถูกวิจารณ์ในเรื่องการจัดการความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมการทำงาน ไปจนถึงการประท้วงครั้งล่าสุดที่ Amazon ในเรื่องการตอบสนองต่อ climate crisis

Tax optimisation

การจ่ายภาษีให้น้อยที่สุดตามที่ควรจะจ่าย เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ แต่ทุกท่านเชื่อหรือไม่คะ ว่าธุรกิจอย่าง Amazon จ่ายภาษีเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ถ้าเทียบกับกำไร ที่ตามทฤษฎีแล้วควรจะจ่ายภาษีโดยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 35% แต่จ่ายจริง ๆ แค่ 20% เท่านั้น

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า Amazon จ่ายภาษีน้อยกว่าบริษัทอื่นๆ และใช้ประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ของกิจการไปรษณีย์สหรัฐ ฯ ให้ทำหน้าที่เป็นเหมือนเด็กส่งของของบริษัทตน จริง ๆ แล้ว กฎหมายในการเก็บภาษีของธุรกิจนี้ อาจจะยังมีช่องโหว่ หากใช้มาตรฐานการเก็บภาษีร้านค้าแบบเดิม ๆ ด้วยสถานะของ Amazon ที่เป็นร้านค้าออนไลน์ 

EU หรือสหภาพยุโรปมีคำสั่งให้ Amazon จ่ายภาษีย้อนหลังมากถึง 250 ล้านยูโร หรือราว 9,814 ล้านบาท ให้รัฐบาลลักเซมเบิร์กพร้อมดอกเบี้ย โดยคณะกรรมาธิการจากอียู Margrethe Vestager กล่าวว่า “ลักเซมเบิร์กให้ Amazon ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอย่างผิดกฎหมายในช่วงปี 2006-2014 ดังนั้นผลกำไรเกือบ 3 ใน 4 ของบริษัทจึงไม่เคยได้ถูกหักภาษี ….และอีกอย่างคือ Amazon ได้รับอนุญาตให้จ่ายภาษีน้อยกว่าบริษัทอื่น ๆ ภายใต้กฎหมายภาษีเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดภายใต้กฎของสหภาพยุโรป เพราะสมาชิกในสหภาพไม่สามารถให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่กลุ่มบริษัทข้ามชาติได้”

อนาคตของ Amazon จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร podcast นี้เค้าก็คาดการณ์ว่า อาจจะกลายเป็นเหมือนรัฐรัฐหนึ่ง และเป็นสถาบันพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในทุก ๆ วัน ปัจจุบัน 50% ของคนอเมริกันจ่ายภาษีให้กับ Amazon $20 ต่อเดือน ที่ในอนาคตอาจจะเริ่มเข้ามามีบทบาทในเรื่องการรักษาพยาบาล และธุรกิจประกันภัย

To be continued

Categories Allgemein

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close