Episode 12

United States of Amazon (2/2)

SOS – EP12 United States of Amazon (2/2)

Jeff Bezos and the United States of Amazon

The Guardian – Today in Focus (podcast): 29 July 2019

Working conditions of workers

Amazon โดนโจมตีเรื่องเงื่อนไขการทำงานของพนักงานใน warehouse โดยตลอด รวมถึงการจ้างงาน ที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยนพนักงานชั่วคราวเป็นพนักงานประจำ ที่ได้รับสวัสดิการที่ดีกว่า และยิ่งรุนแรงมากขึ้น เมื่อ Amazon Prime ถือกำเนิด โดยสินค้าจะถูกส่งถึงมือลูกค้าภายใน 24 ชม. หรือในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ที่มีการสั่งซื้อของเยอะมากที่สุดในรอบปี ซึ่งสภาพการทำงานของพนักงาน แทบจะถูกวางให้เกือบ ๆ จะเป็นหุ่นยนต์กลาย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ track ความเคลื่อนไหวของพนักงาน การกำหนดตารางเวลาการทำงานระดับนาที ในแต่ละขั้นตอนการทำงาน ในขณะเดียวกัน องค์กรก็พยายามพัฒนาศักยภาพของหุ่นยนต์ เพื่อมาทำงานแทนพนักงานใน warehouse

มีการประท้วงของพนักงานเป็นระยะ ซึ่ง Amazon ก็ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กับพนักงานเป็น 15$ ต่อชม.

แม้แต่วุฒิสมาชิก Bernie Sanders ก็ออกมาให้ความเห็นผ่าน twitter เรียกร้องให้ Amazon เคารพ

“สิทธิ” ของพนักงานมากกว่าแค่เรื่องการให้ค่าแรงที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งการเรียกร้องนี้ เป็นผลมาจากรายงานฉบับหนึ่งที่แจ้งว่า 911 ได้รับการแจ้งเหตุฉุกเฉินจาก warehouse ของ Amazon บ่อยครั้งมาก

แต่คาดว่าสิ่งเหล่านี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ Amazon มากนัก เนื่องจากเค้ารู้ว่า ยังไงสิ่งเหล่านี้ ก็จะไม่เปลี่ยนการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ที่จะได้รับสินค้าภายในระยะเวลา 48 ชม. 

60-hour คือชม.การทำงานของพนักงาน Amazon ในช่วงเทศกาลวันหยุด Black Friday ไปจนถึง Christmas เมื่อปี 2018 Amazon ประกาศว่าเป็นปีที่ทำสถิติยอดขายที่ดีที่สุด คือขายสินค้ามากกว่า ล้านชิ้น เมื่อเทียบกับปี 2017 ซึ่งเป็นตัวการที่ก่อให้เกิด การทำงานล่วงเวลา 60 ชม. ปกติ สินค้าจะออกจาก warehouse ประมาณ 70,000-90,000 ต่อวัน แต่ในช่วงเทศกาล ตัวเลขจะเป็น 2 เท่าของอัตราปกติ ดังนั้น พนักงาน warehouse ของ Amazon จะทำงาน 10 ชม. 6 วัน หรือ 12 ชม. ใน 5 วัน

มาดูการทำงานของพนักงานกันบ้าง หนึ่งในพนักงานให้สัมภาษณ์ว่า มันเหมือนกับการออกกำลังการแบบคาดิโอ 11.5 ชม. ต่อวัน เป็นเวลา 5 วันในหนึ่งสัปดาห์ คุณเดินขึ้นลงบันได ย่อตัว คุกเข่า แล้วลุกขึ้นมา ซึ่งรวม ๆ แล้วใน 1 วัน พนักงานอาจเดินไปเดินมาเป็นระยะทางเกือบ 20 miles

Climate change

Bezos ต่างจาก iconic หลาย ๆ คน เช่น bill gate, warren buffet, mark zuckerberg หากพูดเรื่องความใจบุญ billionnaire เหล่านี้ ต่างประกาศว่า จะบริจาคความมั่งคั่งของตนให้การกุศลหลังจากเสียชีวิต แต่ Bezos ไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้เลย 

แต่พนักงานของเค้า ได้ออกมาเรียกร้อง ให้ Amazon มีการทำกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ climate crisis ในการประชุมผู้ถือหุ้นของ Amazon การเรียกร้องนี้ ไม่ผ่านความเห็นชอบของผู้ถือหุ้น และตัว Bezos เอง ก็ปฏิเสธการพบปะพูดคุยกับพนักงานของตน ซึ่งการเรียกร้องครั้งนี้ของพนักงานที่เข้าชื่อกันเกือบ 8000 คนนั้น มี 15 หัวข้อ ซึ่งรวมถึง gender pay equality และการห้ามขาย facial recognistion software

ในเรื่องของ climate crisis พนักงานเรียกร้องให้ Amazon ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล โดยกล่าวถึง data center ที่ใช้พลังงานจากถ่านหิน และปริมาณนำ้มันที่เผาไหม้จากการขนส่งสินค้าให้แก่ผู้บริโภค พวกเค้ายังเน้นว่า Amazon มีขนาดที่ใหญ่และมีทรัพยากรเพียงพอ ที่จะผลักดันให้เกิด zero emission 

สิ่งที่น่าสนใจคือข้อเรียกร้องเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่เกินจริง โดยพนักงานได้ชี้ให้เห็นว่า tech companies อื่น ๆ เค้ามีการแสดงจุดยืนเรื่องนี้อย่างชัดเจน เช่น Microsoft carbon neutral since 2012 และประกาศจะลด carbon ในการทำงาน 75% ภายในปี 2030 หรือ google carbon neutral since 2007

Board ของ Amazon ให้ความเห็นว่า Amazon มีการดำเนินการเรื่องเหล่านี้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของพนักงาน ซึ่งแผนต่าง ๆ ของ Amazon เป็นการพูดถึงการ offset carbon ที่ปล่อยออกมา มากกว่าที่จะลดการปล่อย carbon ตั้งแต่ต้น รวมทั้งแผนที่พูดว่าจะเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนแบบ 100% ก็เป็นการประกาศออกมา โดยไม่มี timeline ที่ชัดเจนว่าจะทำให้สำเร็จเมื่อไหร่

โดยฝั่งผู้นำของพนักงานก็ออกมาประกาศว่า Board ยังไม่เข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจาก climate change และพนักงานจะไม่หยุดผลักดันเรื่องนี้ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เราทำได้ และเราต้องการที่จะทำ

Brandy Russum, UX Designer ให้สัมภาษณ์ว่า ผลกระทบของ climate change จะยิ่งทำให้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมของอเมริกันรุนแรงยิ่งขึ้น และหากดูจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา กลุ่มคนที่ด้อยโอกาส มักจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และถูกบังคับให้ต้องละทิ้งถิ่นฐานเพื่อหนีภัยจาก climate change

Maren Costa, Principal Designer ให้สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายของเธอในการทำงานด้าน UX design คือการนำ technology มาใช้ เพื่อให้โลกเป็นที่ที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนเธอคิดว่า reduce reuse recycle น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้ เธอเน้นว่า เราต้องทำให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้ และร่วมกันแก้ปัญหา ไม่ว่าคุณจะเป็น พนักงาน ลูกค้า พ่อแม่ หรือมนุษย์ เราต้องช่วยกันรักษา 8.7 ล้าน species ที่รวมถึงตัวเราเองด้วย 

Rajit Iftikhar, Software Engineer software developer 3 ปีที่ Amazon มองว่าประเทศที่รำ่รวยเป็นตัวการสำคัญก่อปัญหาโลกร้อน แต่คนที่ได้รับผลกระทบกับเป็นคนกลุ่มที่ยากจน เค้าพบว่านี่เป็นความรับผิดชอบของเค้า ที่อยู่ในประเทศที่ร่ำรวย ที่ต้องช่วยแก้ปัญหา climate change และนั่นก็คือการลด emission ของ Amazon 

วันนี้ เราแสดงพลังของผู้บริโภค ว่าเรา “ใส่ใจ” เรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม และเรียกร้องให้ Amazon แสดงความรับผิดชอบรึยังคะ?

Categories Allgemein

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close