Episode 13

ความยั่งยืนกับ fast fashion

SOS – EP13 ความยั่งยืนกับ fast fashion

Zweifelhafte Nachhaltigkeit

Deutschlandfunk: 28 Juli 2019

มาดูฝั่งบทความของทางเยอรมนีบ้าง เค้ามองว่า ตอนนี้ กระแส organic ไม่ได้หยุดอยู่ที่อาหาร แต่ลามมาถึงเสื้อผ้าด้วย ซึ่งเค้าก็มองว่า บาง brand ใช้กระแสนี้ในการ PR เท่านั้น แต่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง และมีแนวโน้มจะเป็น greenwashing ซะมากกว่า

เค้ายกตัวอย่าง H&M in Hamburg ที่พูดถึง Conscious Exklusive Collection ที่นำเสนอว่าวัตถุดิบที่นำมาทำมาจากการ recycle เส้นใย polyester 100%

Hendrik Heuermann ให้สัมภาษณ์ว่า sustainable fashion หมายถึง ลดการใช้สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต และวัตถุดิบที่นำมาใช้ทอผ้า ไม่ว่าจะเป็น ฝ้าย organic หรือ ไหม organic

กระแสความตื่นตัวเรื่อง sustainable fashion ส่งผลให้ร้านค้าขายเสื้อผ้า จะมีกระบะสำหรับทิ้งเสื้อผ้าเก่ารองรับเหล่าลูกค้าที่เข้ามาซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ 

แต่คำถามก็คือว่า การ recycle เสื้อผ้า มันดีขนาดไหน? แล้วมันยั่งยืนแค่ไหนสำหรับ fast-fashion ที่จะมีเสื้อผ้าแบบใหม่ ๆ ออกมาทุก ๆ 3-4 สัปดาห์? หรือว่าเป็นเพียงการตลาดแบบใหม่เท่านั้น? 

Kathrin Krause vom Bundesverband der Verbraucherzentralen in Berlin เป็นคนนึงที่ไม่แน่ใจและสงสัยกับความยั่งยืนของ fast-fashion 

เธอแนะนำว่าผู้บริโภคควรตั้งคำถามว่า สิ่งที่ H&M นำเสนอ เรื่องการ recycle มันเป็น core business ของเค้ารึเปล่า หรือว่าเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ของสายการผลิตที่มากมายของ H&M?

Kathrin ยังบอกว่า H&M และ C&A เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของ ฝ้าย organic แต่ถึงแม้จะเป็นฝ้าย organic การเพาะปลูกพืชชนิดนี้ ต้องอาศัยน้ำไม่ต่างกับฝ้ายแบบปกติ 

jeans 1 ตัว ต้องใช้นำ้ในการผลิตถึง 30,000l  ดังนั้น การใช้ ฝ้าย recycle จึงเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการใช้ทรัพยากร นอกจากนี้ ยังมีการพยายามที่จะใช้วัตถุดิบอื่น ๆ มาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม เช่น การใช้เส้นเอ็นเบ็ดตกปลา มาทำเป็นถุงน่อง ชุดออกกำลังกายจากขยะพลาสติก

นอกเหนือจาก greenwashing แล้ว เค้ายังพูดถึง social washing โดยยกตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตขนมหวาน แทนที่จะลดปริมาณน้ำตาลในขนม กลับไป sponsor กิจกรรมกีฬาของเด็ก ๆ หรือวิธีการ 1+1 ถ้าซื้อเบียร์ 1 ลัง เราจะบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการดูแลปลูกป่าป่าดิบชื้นขนาด 10 ตร.ม. 

เสื้อผ้าเก่าที่สะสมได้ในเยอรมนีนั้นมีปริมาณเยอะมาก โดยเฉลี่ย 1.3 ล้านตันต่อปี มันเยอะขนาดที่ว่า ถ้าเรานำมันมาแขวนบนเชือกทีละชิ้น จะสามารถพันรอบโลกได้ถึง 3 รอบ และนี่คือเสื้อผ้าเก่าของเยอรมนีเท่านั้นนะคะ หากคิดถึงทั่วโลก ปริมาณจะมากมายมหาศาลขนาดไหน

บริษัท SOEX ตั้งอยู่ใน Hamburg มีหน้าที่ในการคัดแยกเสื้อผ้าเก่า โดยจะแยกเสื้อผ้าที่ยังใช้ได้ ออกจากเสื้อผ้าที่เสียหาย ที่นี่นอกจากจะต้องอยู่ในสภาพดีแล้ว เสื้อผ้าชนิดนี้ ต้องเป็นที่ต้องการของประเทศปลายทางด้วย เสื้อยืดและกางเกงผู้ชาย เป็นประเภทที่เป็นที่ต้องการอยู่เสมอ เสื้อผ้าที่อยู่ในสภาพดีที่สุดจะถูกส่งไปที่ยุโรปตะวันออก ส่วนที่คุณภาพแย่กว่ามาก จะถูกส่งไปที่แอฟริกา

60% ของเสื้อผ้าเก่านี้ จะหาเจ้าของใหม่ได้

10% สภาพแย่มาก จนต้องนำไปเผาทำลาย

30% ที่เหลือจะนำไป recycle 

การ recycle เสื้อผ้า ไม่ใช่เรื่องง่าย คนมักจะคิดว่า มันจะยากอะไร แค่เอาเสื้อผ้าเก่ามา แล้วเอาเส้นใยมาใช้ซ้ำ แล้วผลิตเป็นกางเกงหรือเสื้อตัวใหม่ ซึ่งในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย สิ่งที่เกิดขึ้น จะเป็นลักษณะ downcycling มากกว่า คือ การนำเส้นใยเหล่านี้ ไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น เป็นส่วนประกอบเส้นใยบุกันเสียงในอุตสาหกรรมรถยนต์ หรือกลายเป็นส่วนประกอบของฟองน้ำล้างจาน

Kai Nebel von der Hochschule Reutlingen ก็ให้ความเห็นว่า จริง ๆ เรามีเทคโนโลยีที่พร้อมจะทำการ recycle สิ่งต่าง ๆ แต่สิ่งที่ต้องมีไปพร้อม ๆ กัน คือ ระบบในการจัดเก็บของที่จะนำมา recycle เค้ายกตัวอย่าง การจัดเก็บพรมเก่า ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่สุด ของสิ่งที่นำมา recycle

การ recycle เส้นใยฝ้าย จากเสื้อผ้าเก่า ก็จะได้เส้นใยที่สั้นและไม่สามารถนำไปทอเป็นเสื้อผ้าใหม่ ๆ ได้ดี ในขณะที่ ถ้าเป็น Polyester จะง่ายกว่าในการนำเข้ากระบวนการ recycle ถึงแม้ว่าจะต้องมีการแก้ปัญหาในเรื่องของสีและส่วนประกอบอื่น ๆ ซึ่งที่มาของเส้นใย polyester ที่ดีที่สุด ไม่ได้มาจากเสื้อผ้าเก่า แต่มาจาก ขวดพลาสติก ที่ง่ายในการ recycle และกระบวนการจัดเก็บก็เป็นระบบมากกว่า 

เสื้อผ้าที่ถูกคัดแยกใน SOEX นั้น เป็นตัวชี้วัดที่ดี ถึง fast-fashion ในระยะ 5-10 ปีที่ผ่านมา คือ ปริมาณเสื้อผ้าที่ส่งมาคัดแยกมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณภาพน้ันต่ำลง 

แล้วอะไรคือ “บทบาท” ของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น?

ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำว่า ผู้ผลิตควร

  1. ใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยลง
  2. เส้นใยธรรมชาติควรมาจาก organic agriculture
  3. ใช้เส้นใยฝ้ายที่ผ่านการ recycle ผสมกับเส้นใยฝ้ายปกติ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ และการสนับสนุนการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบของผู้ผลิตด้วย เพราะหากการบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ศักยภาพในการ recycle ก็เป็นเพียงน้ำน้อย ที่ย่อมแพ้ไฟ และนับได้ว่า เป็น greenwashing ของบริษัท 

ร้านค้าหลายแห่ง ทั้ง H&M, Adler, C&A ได้มีการรับ recycle เสื้อผ้าเก่าของลูกค้า โดยจะให้ บัตรของขวัญ ในการซื้อสินค้าใหม่ เพื่อสร้างแรงจูงใจ ซึ่ง model นี้ เป็นตัวเร่งให้เกิดการซื้อสินค้าใหม่โดยไม่จำเป็น 

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภค จะต้องเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่ผลักดันให้เกิดการบริโภคอย่างยั่งยืน โดยเค้าได้ยกคำพูดของ

„Qualität statt Quantität: Kaufe weniger, wähle dafür gut aus
und trage es dann auch möglichst lange.“
เลือกคุณภาพ มากกว่าปริมาณ ซื้อให้น้อยลง แต่เลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพ และใช้มันให้นานที่สุด

Vivienne Westwood

หากเป็นเช่นนี้ เสื้อผ้าเก่าที่ส่งไปที่ศูนย์คัดแยก ก็จะน้อยลงเรื่อย ๆ

วันนี้ เราซื้อเสื้อผ้าอย่างมีความรับผิดชอบแล้วรึยังคะ?

Categories Allgemein

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close