Episode 20

ความชัดเจนใน Purpose ของ Patagonia

SOS – EP20 ความชัดเจนใน Purpose ของ Patagonia

At the peak of his ethical powers

The Guardian: 25 Feb 2007

หลังจากที่ได้ฟังบทสัมภาษณ์ของ Yvon ก็เลยมาขุดคุ้ยหาประวัติของเขา ว่าเป็นคนอย่างไร ก็เจอว่า The Guardian ได้รวบรวมไว้แล้ว ตามนี้ค่ะ โดยพยายามตอบคำถามว่า เขาทำธุรกิจอย่างไรที่ตอบโจทย์งานอดิเรกที่เขาชอบไปพร้อม ๆ กัน หรือบางครั้งมีบางคนบอกว่า Yvon ออกจะสนใจปีนเขามากกว่าหาเงินซะอีก

ในปี 2007 ตัวเลขของ Patagonia ที่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักนอกอเมริกามากนัก คือ มีพนักงาน 1,300 คน turnover of $267m และเสื้อผ้าของเขาได้สมญาว่า ‘Gucci of the outdoors

มีคนขอซื้อบริษัทเขาด้วยวงเงิน $500m แต่เขาปฏิเสธ แต่คุณจะไม่เห็น Yvon นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่สำนักงานใหญ่หรอกนะ คุณจะเจอเขาได้ข้างนอกมากกว่า เช่น ตามป่าเขา ทะเล หรือในสวน 

Yvon เกิดในปี 1938 และชอบการปีนเขาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และในปี 1957 เขาก็เริ่มที่จะทำอุปกรณ์ปีนเขาเอง ในสมัยนั้น นักปีนเขาอเมริกันจะใช้ piton ราคาถูก ที่ผลิตจากยุโรป 

เขาสามารถทำ piton จากเหล็กกล้าได้ 2 ชิ้นภายใน 1 ชม. และขายชิ้นละ $1.5 และในปีเดียวกันนี้ เมื่อเขาอายุ 18 ก็ขอยืมเงิน $850 เพื่อมาทำอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ

ในระหว่างนั้น เขาก็ทำอุปกรณ์ปีนเขาไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมปีนเขาของเขาเอง ในปี 1964 ที่เขาพิชิต El Capitan ซึ่งเป็นผาที่ปีนยากที่สุดในโลก เขาได้ทำจดหมายแจ้งลูกค้าว่าการส่งสินค้าอาจจะล่าช้า ในช่วงพ.ค.ถึงพ.ย. เขาเริ่มจากเพื่อนฝูงให้มาช่วยทำอุปกรณ์ แต่ก็ยังคงมองธุรกิจของเขาเป็นเพียงแหล่งเงินทุนสำหรับไปปีนเขาของเขาอยู่ดี

ในปี 1970 ธุรกิจเล็ก ๆ เพื่อสนับสนุนเงินทุนไปปีนเขาของเขา ก็กลายเป็น supplier รายใหญ่ที่สุดของอเมริกา และนั่นก็เป็นจุดเริ่มในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเขาเช่นกัน

Yvon พบว่า piton ที่ทำจากเหล็กกล้า จะทำลายรอยแยกของผาที่เขารัก เวลาที่เสียบมันเข้าไปกับซอกผา เพื่อรับน้ำหนักของนักปีน และถึงแม้ว่า piton จะถือเป็น 70% ของยอดขายทั้งหมดของเขา เขาก็ตัดสินใจ เลิกผลิต เพื่ออนุรักษ์หน้าผาที่เขารัก และนั่นก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เขาตัดสินใจยอมเสียกำไรก้อนโตจากการทำธุรกิจโดยยึดผลประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

ในยุค 1980s มี 3 สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Patagonia

  1. 1984 อนุญาตให้พนักงานออกไปเล่น surf ได้ในเวลาทำงาน หากทะเลเป็นใจ ส่งคลื่นลูกโตมาให้
  2. 1985-1990 turnover เพิ่มจาก $20-$100m เริ่มบริจาค 1% ของยอดขาย ให้กับองค์กรการกุศลเพื่อสิ่งแวดล้อม 
  3. Patagonia internal environmental audit พบว่าฝ้ายคือตัวการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในปี 1996 Patagonia ประกาศจะใช้เฉพาะฝ้าย organic ในการผลิตเสื้อผ้า ส่งผลให้ราคาเสื้อผ้าของเขาสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบัน Nike และ Gap ก็เจริญรอยตาม 

ขอปิดท้ายด้วย ผลงานหนังสือของ Yvon ที่ชื่อว่า

Let My People Go Surfing:
The Education of a Reluctant Businessman

ที่พิมพ์ครั้งแรกในปี 2006 เชื่อว่าจะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับ Principles ของ Ray Dalio ที่ตอนนี้ฝ้ายก็อ่านไปได้เกินครึ่งทางแล้ว ขออนุญาตนำบางส่วนที่น่าสนใจมาฝาก (ภาษาไทยใน podcast นะคะ) ดังนี้ค่ะ

“I read every book on business, searching for a philosophy that would work for us. I was especially interested in books on Japanese or Scandinavian styles of management because I knew the American way of doing business offered only one of many possible routes.”

“Our philosophies aren’t rules; they’re guidelines. They’re the keystone of our approach to any project, and although they are ‘set in stone,’ their applications to a situation isn’t. In every long-lasting business, the methods of conducting business may constantly change, but the values, the culture and the philosophies remain constant.”

“Remember, work has to be fun. We value employees who live rich and rounded lives. We run a flexible workplace, and we have ever since we were a blacksmith shop that shut down whenever the waves were six feet, hot and glassy. Our policy has always allowed employees to work flexible hours, as long as the work gets done with no negative impacts on others. A serious surfer doesn’t plan to go surfing next Tuesday at two o’clock. You go surfing when there are waves and the tide and wind are right.”

“It pains me to bear witness to the sixth great extinction, where we humans are directly responsible for the complete destruction of so many wonderful creatures and invaluable indigenous cultures. It saddens me especially to observe the plight of our own species; we appear to be incapable of solving our problems.” … “I’m a total pessimist about the fate of the natural world. In my lifetime, I’ve seen nothing but a constant deterioration of all the processes that are essential to maintaining healthy life on Planet Earth … Thinking these dark thoughts doesn’t depress me; in fact, I’m a happy person. I’m a Buddhist about it all. I’ve accepted the fact that there is a beginning and an end to everything. Maybe the human species has run its course and it’s time for us to go away and leave room for other, one hopes, more intelligent and responsible, life forms.”

“Before we are entitled to encourage other companies to act responsibly we have to do so ourselves. There’s only one way to lead, and that’s by being in front and leading by example. Our environmental assessment program educates us, and with education we have choices. When we act positively on solving problems instead of ignoring them or trying to find a way around them, we are further along the path toward sustainability. Every time we’ve elected to do the right thing, it’s turned out to be more profitable.”

“The zen master would say if you want to change government, you have to aim at changing corporations, and if you want to change corporation, you first have to change the consumers. Whoa, wait a minute! The consumer? That’s me. You mean I’m the one who has to change?”

วันนี้ เราในฐานะประชากรของดาวเคราะห์ดวงนี้ เปลี่ยนรึยังคะ?

Categories Allgemein

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close