Episode 31

ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

SOS – EP31 ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

7 Ways to Offset your Carbon Footprint for a Greener Holiday

Green is the New Black: 8 January 2019

เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่ฟัง podcast อยู่ตอนนี้ จะต้องรักและชอบการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งฝ้ายก็เป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวตัวยง ที่ต้องหาเรื่องไปเที่ยวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งสิ่งที่หลอกหลอนเวลาไปเที่ยว ก็จะเป็นการที่เราต้องสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเลี่ยงได้ยาก 

บทความที่นำมาบอกต่อวันนี้ เขาแนะนำ 7 วิธีในการ “ลด” ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเวลาไปเที่ยวค่ะ ลองมาดูนะคะ ว่าเราสามารถนำข้อไหนไปใช้ได้บ้าง

ก่อนอื่น ต้องเล่าก่อนว่า การไปเที่ยวมันก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้าง? 

2% ของ emission ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์มาจากอุตสาหกรรมการบิน อาจจะฟังดูเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันก่อให้เกิดอะไรต่อบ้าง?

ทุก ๆ 2 กม.ของการเดินทางโดยเครื่องบิน จะปล่อย CO2 ออกมา 24 กก. มีการคาดการณ์ว่า CO2 ประมาณ 600m ตันถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศในแต่ละปี ซึ่งจำนวนคนที่รักการเดินทาง มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ตัวเลขตรงนี้จึงมีแต่จะเพิ่มมากกว่าลด

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เพื่อรักษาธรรมชาติที่เราอยากบินไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง นักเดินทางอย่างเรา ควรจะทำอะไรบ้าง เพื่อลดผลกระทบของตนเองที่มีต่อธรรมชาติ ซึ่งควรจะเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลและทำอย่างอัตโนมัติทุกครั้ง 

  1. บินชั้นประหยัด เพราะจะใช้พื้นที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับชั้นธุรกิจ อันส่งผลต่อปริมาณ CO2 ต่อผู้โดยสาร ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมและดีต่อกระเป๋าตังค์ของเราด้วย
  2. เลือกบินตรง เพราะช่วง takeoff กับ landing เป็นส่วนที่เผาไหม้เชื้อเพลิงสูงที่สุด หากเราเลือก non-stop flight เราจะสามารถลด emission ได้ 35% เมื่อเทียบกับเราเลือกไฟท์ที่ต้องแวะพัก ถึงแม้ว่าบินตรงจะราคาแพงกว่า แต่ก็คือเส้นทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด ข้อดีคือ carbon emission น้อยกว่าและเราใช้เวลาอยู่บนเครื่องบินน้อยลง
  3. เที่ยวหลาย ๆ แห่งจากการบินครั้งเดียว ซึ่งหากมีเวลามากพอ ก็ควรจะไปเที่ยวประเทศที่อยู่ข้างเคียงของจุดหมายที่เราบินลง เช่น ถ้าจะไปเที่ยวยุโรป ก็บินลงประเทศเยอรมนี แล้วนั่งรถไฟเที่ยวเนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เพราะจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงจากการบินไกลหลายครั้ง
  4. เลือกที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะ 20% ของ carbon emission มาจากที่พักที่เราเลือกเวลาท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลือกมากมาย เช่น เลือกโรงแรมที่มีการจัดการขยะ รีไซเคิลน้ำ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือเลือกซื้อวัตถุดิบทำอาหารจากผู้ผลิตในท้องถิ่น ที่เป็น organic 
  5. เดินหรือขี่จักรยานเวลาเดินทางในพื้นที่ใกล้ ๆ หากเป็นไปได้ เพื่อสัมผัสชีวิตของคนท้องถิ่น การเดินหรือขี่จักรยาน ถ้าทำได้ เป็นวิธีที่ดีกว่าการเรียก uber หรือ grap ให้มารับ หรืออีกทางเลือกที่ฝ้ายชอบใช้ คือการใช้ขนส่งมวลชนของเมืองนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถราง รถไฟใต้ดิน เคยแม้กระทั่งโบกรถที่เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ เพราะรอรถบัสเกือบชั่วโมงแล้ว ไม่มีโผล่มาซักคัน ซึ่งก็เป็นรถของชาวไร่ ที่กำลังบรรทุกพืชผลเต็มกระบะท้าย และกำลังมุ่งหน้าไปตลาดในตัวเมือง ก็สนุกดีนะคะ ถึงแม้จะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่โชว์แผนที่และภาษามือก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้ โดยขนส่งมวลชนจะลด carbon emission และมลพิษอื่น ๆ อีกด้วย
  6. offset carbon footprint คือหากเราไม่สามารถทำตามทางเลือกที่กล่าวไปได้ ก็มีสายการบินบางแห่งที่แสดงเจตจำนงค์ว่าจะ offset carbon footprint ของตนเอง ได้แก่ Qantas, Air Canada, Brussels Airlines, KLM และ Austrian Airlines โดยทุกท่านสามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ว่าแต่ละสายการบินเขามีวิธีการอย่างไรในการ offset carbon ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกนะคะ
    อีกหนทางหนึ่งคือการทำ carbon offset ด้วยการบริจาคเงินผ่าน platform ที่รับหน้าที่เอาเงินที่รับบริจาคไปสนับสนุนโครงการที่ลด carbon และผลิตพลังงานทดแทน เช่น การปลูกป่าหรือฟาร์มกังหันลม ซึ่ง website ที่เขาแนะนำคือ 
  • Atmosfair (Germany) ที่มีการให้ข้อมูลการคำนวณ carbon อย่างละเอียด ที่มีการประเมินประสิทธิภาพของสายการบิน รวมทั้งยังคำนวณ GHG ตัวอื่น นอกเหนือจาก CO2 ด้วย
  • Climate Care (UK)
  • MyClimate (Switzerland)
  • Terrapass (US)

7. ทานอาหารที่หาได้ในท้องถิ่นหรือมังสวิรัติ เพราะ 7% ของ carbon footprint มาจาก food miles หรือการเดินทางของอาหารที่เราบริโภคจากแหล่งผลิตจนมาถึงจานของเรา ซึ่งนอกเหนือจากการทานอาหารในท้องถิ่นจะดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยกระจายรายได้ให้แก่ท้องถิ่นและเรียนรู้วัฒนธรรมของคนในพื้นที่นั้นอีกด้วย คือ แทนที่จะเดินเข้า Starbucks เพื่อดื่มกาแฟ ควรจะเลือกเข้าไปร้านกาแฟของคนท้องถิ่นจะดีกว่า และหากใครไม่มีปัญหากับการกินผลไม้หรือผัก ก็จะช่วยลด carbon footprint ได้มาก เพราะพืชจะมี carbon footprint น้อยกว่าเนื้อสัตว์ โดยสามารถลด carbon footprint ได้ 19% คือคงไม่ต้องกินแต่ผักตลอดเวลาไปเที่ยว แต่อาจจะเป็น 1 วัน หรือแค่ 1 มื้ออาหารก็ได้ เอาที่สะดวกและไม่ลำบากมากจนเกินไปนะคะ

กล่าวโดยสรุป อยากให้ทุกท่านลองดูว่า มีข้อไหนบ้างที่พอจะทำได้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบของเราต่อปัญหาโลกร้อน ไม่ต้องทำทั้งหมด หรือจริงจังมาก จนทำให้การพักผ่อนมันไม่สนุกนะคะ 

วันนี้ เรารับผิดชอบต่อ footprint ของเราเพียงพอแล้วหรือยังคะ?

Categories Allgemein

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close